วันอังคารที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ครั้งที่ 6

ครั้งที่  6

วันที่ 17 กรกฎาคม  2556

การเรียนการสอนในวันนี้

อาจารย์ให้นักศึกษาหาสิ่งประดิษฐ์ที่เกียวกับวิทยาศาสตร์ สิ่งที่ต้องหามีดังนี้
     1. สิ่งประดิษฐ์วิทยาศาสตร์ที่ใช้ใน"การทดลอง"
     2. สิ่งประดิษฐ์วิทยาศาสตร์ที่ใช้ใน"การเข้ามุม"


 การทดลอง:  ไข่เอย....จงนิ่ม




สิ่งที่ต้องใช้

   1. แก้ว 1 ใบ
   2. ไข่ไก่ 1 ฟอง
   3. น้ำส้มสายชู

การทดลอง

   1. นำไข่ไก่ใส่ลงไปในแก้วเทน้ำส้มสายชู 
   2. เทน้ำให้ท่วมไข่แล้วทิ้งไว้ 1 วัน
   3. ตอนเช้าเทน้ำออก แล้วก็ลองจับดูซิ..ว่าใข่ไก่เป็นอย่างไร?

ข้อคิด

    น้ำส้มสายชูเป็นกรดอินทรีย์ ซึ่งสามารถละลายแคลเซียมได้ เช่น เปลือกไข่ เป็นต้น


การเข้ามุม:

กิจกรรม บรรเลงเพลง



           อุปกรณ์
  
     1. ขวดน้ำพลาสติก
     2. น้ำเปล่า
     3. ไม้แข็ง

          วิธีการทดลอง

     1. นำน้ำใส่ขวดพลาสติกในระดับที่ต่างกัน
     2. นำไม้ไปเคาะตามขวดต่างๆ

          เกิดอะไรขึ้น
    
     เสียงที่เกิดจากการตีขวดพลาสติก มีเสียงที่แตกต่างกัน






วันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ครั้งที่ 5

ครั้งที่ 5

วันที่ 10 กรกฎาคม  2556

การเรียนการสอนในวันนี้

-อาจารย์ให้นักศึกษาทุกคนเตรียมงานที่จะนำมาเสนอในวันนี้(สิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์)ที่สามารถให้เด็กทำได้
- ถ้างานของใครซ้ำให้กลับไปทำแล้วนำมาเสนอใหม่

งานของดิฉัน มีชื่อว่า"แตรคชสาร"

 แตรคชสาร

 


  



    อุปกรณ์ที่ใช้ :
  1. แผ่นพลาสติกบางใส : คล้ายๆ กับแผ่นใสที่ใช้กับเครื่องฉายแผ่นใสน่ะ
  2. เทปกาว : จะใช้แบบใส หรือแบบสี ก็ได้
  3. กรรไกร และ ด้าย

    ขนาดของส่วนต่างๆ ของแตรฯ โดยประมาณ :
  1. เส้นผ่านศูนย์กลางของแตรด้านกว้าง : 1 นิ้ว
  2. เส้นผ่านศูนย์กลางของแตรด้านแคบ : 1/8 นิ้ว
  3. ความยาวแตร : 8 นิ้ว
  4. ความกว้างของพลาสติกที่ใช้พันปากแตร : 2 นิ้ว

    ขั้นตอนการประดิษฐ์ :
  1. ม้วนแผ่นพลาสติกใส เป็นรูปกรวยตามขนาดที่กำหนด ใช้เทปกาวปิดยึดไว้
  2. ใช้กรรไกร ตัดเฉียงๆ ปลายด้านแคบของแตร
  3. ตัดแผ่นพลาสติกใสเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆ ติดเข้ากับปลายแตรด้านแคบ ใช้ด้ายพันไว้ให้แน่น
  4. ทำแตรแบบนี้ 2 อัน เอามาวางคู่กัน แล้วใช้พลาสติกอีกแผ่น กว้างประมาณ 2 นิ้ว พันรอบให้คลุมลิ้นแตร แล้วใช้เทปกาวพันให้แน่น
  5. ประดับตกแต่งให้สวยงามตามใจชอบ
สิ่งที่เกิดขึ้น: เสียงเกิดจากการที่วัตถุสั่นสะเทือน เมื่อเราเป่าลมผ่านลิ้นเล็กๆ ที่ติดอยู่ที่แตร ลิ้นจะสั่นอย่างรวดเร็วทำให้เกิดเสียงดัง ซึ่งจะเดินทางผ่านออกไปทางปากแตร
ข้อควรระวัง : อย่าเป่าใส่หูกัน จะเป็นอันตรายแก่แก้วหูได้





************************************************

วันพุธที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ครั้งที่ 4

      ครั้งที่ 4
วันที่ 3 กรกฎาคม 2556


การเรียนการสอนในวันนี้
-อาจารย์ให้คิดสิ่งประดิษฐ์ที่ทำมาจากวัสดุ
-อาทิตย์หน้าอาใบไม้มา
-อาจารย์ให้ดูVCD "เรื่อง มหัศจรรย์ของน้ำ"

   "มหัศจรรย์ของน้ำ"
เหงื่อมาจากนำในร่างกายของเรา เมื่อไรที่เหงื่อออกมาจากร่างกายเยอะๆเราต้องกินน้ำแทนเหงื่อที่เสียไป
      ร่างกายของมนุษย์มีน้ำป็นส่วนประกอบ 70%
      ผักและผลไม้ที่น้ำเป็นส่วนประกอบ        90%

คุณสมบัติของสารมี 3 ชนิด คือ ของแข็ง ของเหลว ก๊าซ

    ของแข็ง  = น้ำแข็ง
    ของเหลว= น้ำที่เราใช้
    ก๊าซ        = ไอน้ำ
การที่ก๊าซเปลี่ยนเป็นของเหลว เรียกว่า การควบแน่น

    การลอยตัวของน้ำ
เกิดจากการอาน้ำเกลือมาใส่ในน้ำจึงทำให้สิ่่งๆนั้นลอยตัว เพราะน้ำเกลือมีความหนาแน่นมากว่าน้ำธรรมดา

b_300_0_16777215_0___images_stories_220949_3_1.jpg

    การควบแน่นของน้ำ
การควบแน่น เกิดจากการที่น้ำระเหยจากความร้อนจึงทำให้น้ำลดลง มันจะระเหยบนผิวของน้ำ เพราะในน้ำมีโมเลกุลมากที่ติดกันอยู่แบบหลวม มันจึงเกิดการประทุของน้ำแข็งออกมาจากปากแก้ว

      แรงดันของน้ำ

              
                             




วันอังคารที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ครั้งที่ 3

   
  ครังที่ 3

วันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2556


การเรียนการในวันนี้้

อาจารย์ให้นักศึกษาดู VCD "เรื่อง ความลับของแสง"
อาจารย์สรุปเกี่ยวกับ "ความสำคัญทางวิทยาศาสตร์"

   "ความลับของแสง"
  แสงเป็นคลื่นชนิดหนึ่ง ที่มีความเร็วมากและเคลื่อนที่เร็ว แสงช่วยในการมองเห็นของเราได้ก็คือ การที่แสงได้ส่องมายังโดนวัตถุจากนั้นแสงจะสะท้อนวัตถุมาผ่านตาจึงทำให้เรามองเห็นสิ่งต่างๆได้

คุณสมบัติของแสง
1. การเดินทางป็นเส้นตรง

คือ การที่แสงเดินทางผ่านวัตถุเป็นเส้นตรงอย่างเดียว ไม่มีการหักเหไปทางอื่น

2. การสะท้อนของแสง


คือ การที่แสงไปกระทบกับตัวกลางแล้วไปในทิศทางอื่นหรือสะท้อนกลับมาทิศทางเดิมการสะท้อนของแสงนั้นขึ้นอยู่กับพื้นผิวของวัตถุ

3. การหักเหของแสง


คือ การที่แสงเคลื่อนที่ผ่านตัวกลางหนึ่งไปยังอีกตัวกลางหนึ่ง ทำให้แนวลำแสงเกิดการเบี่ยงเบนไปจากแนวเดิม

4. การกระจายของแสง

คือ การที่แสงหักเหผ่านผิวละอองน้ำทำให้แสงสีต่างๆออกจากกันแล้วเกิดการสะท้อนกลับลงมาที่ผิวด้านหลัง

      วัตถุของแสง
วัตถุของแสงแบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ วัตถุทึบแสง วัตถุโปร่งแสง วัตถุโปร่งใส
 -วัตถุทึบแสง    คือการที่วัตถุที่ผ่านเข้าตาโดยที่แสงไม่สามรถผ่านเข้ามาได้
 -วัตถุโปร่งแสง คือการแสงทะลุออกจากบางส่วนท่านั้น
 -วัตถุโปร่งใส   คือแสงที่ผ่านไปได้ท้งหมดทำให้เราเห็นวัตถุข้างหลังได้


     ปรากฏการณ์ที่เกิดรุ้งกินน้ำ
คือ เกิดจากการหักเหของแสงเมื่อสีทั้ง 7 รวมกันจะเป็นสีขาว ได้แก่ ม่วง ขียว แดง คราม เหลือง แสด และน้ำเงิน



Mind Mapping "เรื่อง ความสำคัญทางวิทยาศาสตร์"


วันอังคารที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ครั้งที่ 2

                         
           ครั้งที่  2

  วันที่  19  มิถุนายน  2556

         การเรียนการสอนในวันนี้
      อาจารย์ได้พูดถึงเกี่ยวกับ"วิชาการจัดประสบการณ์วิชาวิทยาศาสตร์"
  
  >> งานกลุ่ม<<

  - อาารย์แจกชีส แล้วใหนักศึกษาอ่านหัวข้อที่ตัวเองได้แล้วนำมาสรุปในสมุด
  - ให้นักศึกษาจับกลุ่มคนละ 6 คน
  -แต่ละกลุ่มเวียนกันศึกษาแนวคิดหัวข้อของแต่ละกลุ่มแล้วนำมาสรุปในกระดาษของกลุ่มตัวเอง                      
  - นำเสนองาน

กลุ่มข้าพเจ้าได้หัวข้อ "เรื่อง ความสำคัญทางวิทยาศาสตร์"

     1. ความสำคัญทางวิทยาศาสตร์
      " วิทยาศาสตร์ช่วยคนพัฒนาความคิด อย่างมีเหตุมีผล คิดอย่างเป็นระบบ และได้เรียนรู้ถึงเทคโนโลยีที่ช่วยใหมนุษย์แก้ไขปัญหาในการใช้เหตุผล"

    2. ความหมายของวิทยาศาสตร์
      "ความหมายของวิทยาศาสตร์ คือ การศึกษาเรื่องสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติโดยทั่วไปอย่างเป็นระบบ เพื่อนำไปปรับปรุงในความเป็นอยู่ของมนุษย์"

    3. พัฒนาการทางด้านสติปัญญา
  - มีความเจริญงอกงามของความคิด ความสามารถ
  - การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ กับ สิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดความสมดุล

       กระบวนการปฏิสัมพันธ์ (Interaction)
       ประกอบด้วย 2 กระบวนการ
          1. กระบวนการดูดซึม
          2. กระบวนการปรับโครงสร้าง

     4. อุปสรรคการเรียนรู้
           มีปัญญาภายนอก=(ความรู้ความสามารถ)
           มีปัญญาภายใน = (คุณลักษณะ)
  -  การปรับตัวเขาสู่สภาวะสมดุลระหว่างอินทรีย์ และ สิ่งแวดล้อม
  -  การรียนรู้เกิดจากเส้นใยของสมองจึงทำให้เด็ก มีการคิดวิเคราะห์หาข้อมูลต่างๆ

     5. แนวคิทางวิทยาศาสตร์
นักทฤษฎี เกรก (Graig) ได้ให้แนวคิดพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ ไว้ 5 ประการดังนี้
       1.1 การเปลี่ยนแปลง
       1.2 ความแตกต่าง
       1.3 การปรับตัว
       1.4 การพึ่งพาอาศัย
       1.5 ความสมดุล

    วิธีการทางวิทยาศาสตร์
    วิธีการทางวิทยาศาสตร์เป็นการทำงานอย่างเป็นระบบ มี 5 ขั้นตอนดังนี้ คือ
 - การกำหนดปัญหา
 - การสมมติฐาน
 - การลงมือกระทำ
 - การวิเคราะห์
 - การสรุปและนำไปใช้

      6. กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และผลผลิต
 กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คือ การค้นคว้าหาความรู้อย่างเป็นระบบ
 ผลผลิต คือ สิ่งที่ปรากฏขึ้นภายหลังจากการทดลอง

       เช่น : การทำนำส้มคั้น

       กระบวนการ คือ ให้เด็กทำนำส้มคั้น
       ผลผลิต คือ น้ำส้มที่คั้นเสร็จแล้ว

**จึงสรุบได้ว่า การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย เราจะเน้นกระบวนการมากกว่าผลผลิต**




วันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ครั้งที่ 1

            

               ครังที่ 1 


     วันที่ 12 มิถุนายน 2556

           >>การเรียนการสอนในวันนี้<<
  - อาจารย์ได้พูดถึงเกี่ยวกับการเข้าเรียน
  - เรื่องการติด I นักศึกษาคนใดที่ติด I กับอาจารย์ให้มาติดต่อด่วน
  -นักศึกษาที่มาเรียนกับอาจารย์ต้องบันทึกการเรียนการสอนทุกครั้งลงในบล็อก       
  - พูดถึงสื่อในวิชา"วิทยาศาสตร์"

  **การปฐมนิเทศ**

      >> มารยาทในการเข้ารียน<<
                    
       1. ไม่นำอาหารเข้ามาทานในห้อง
       2. แต่งกายใหเรียบร้อย
       3. กระโปรงคลุมเข่า
       4. เข็มขัดห้ามมีสี (ต้องเป็นสีดำเท่านั้น)